
ด้านโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า นายแทพย์รังสี ธีรศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า ได้เปิดเผยว่า ในเรื่องความเสียหายที่ออกไปตามโลกโซเชียลฯ เป็นความเสียหายที่เป็นตัวเลขค่อนข้างจะเยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตนเองก็ยังไม่ทราบในเรื่องรายละเอียดอะไร เพราะทางโรงพยาบาลมีประกันภัยอยู่ และทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในส่วนกลางก็กำลังพูดคุยกันอยู่ แต่เท่าที่สำรวจเบื้องต้น โชคดีที่เครื่องมือราคาแพงที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน ผู้ก่อเหตุไม่ได้หยิบไปใช้เป็นอาวุธในการทำร้ายกัน ความเสียหายน้อยกว่าที่เป็นข่าวอยู่ในโซเชียลเยอะ ประเด็นนี้ตนอยากให้สนใจในเรื่องความเสียหายทางด้านจิตใจของเจ้าหน้าทีบุคคลากรทางการแพทย์ผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยที่อยู่ขณะเกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ดึกมาก มีคนมาใช้บริการพอสมควร
ประการแรกที่โรงพยาบาลเราทำก็คือ รีบเก็บกวาดทำความสะอาดซ่อมแซมในเบื้องต้น เพื่อให้กลับมาให้บริการได้ตามปกติได้เร็วที่สุด เราไม่ได้หยุดให้บริการ ส่วนในเรื่องจิตใจ หลังจากเหตุสงบแล้วก็ได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่และน้องพยาบาล ที่เห็นอยู่ในคลิป ที่ไปขวางไปช่วยผู้ป่วยโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง ตนได้สอบถามแล้วว่าไหวหรือเปล่าอยากจะหยุดพักหรือไม่ แต่เขาตอบว่าไม่พักยืนดีทำงานต่อ ด้วยเป็นมืออาชีพ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและความปลอดภัยของตัวเอง ก็ช่วยแต่คนไข้ก่อน ตนก็ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่และน้องพยาบาลในห้องฉุกเฉินวันนั้น ที่มีความเป็นมืออาชีพ ขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม แต่เราก็ยังเป็นห่วงบางครั้งระหว่างทำงานก็ทำงานไปตามปกติ แต่ระหว่างกลับบ้านไปจะมีปัญหาความเครียดสะสมหรือไม่ ซึ่งเราก็เฝ้าดู แต่ก็ยังโชคดีทางกรมสุขภาพจิตกรมสวัสดิการทางการแพทย์โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งทีมนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยดูแลตั้งแต่วันแรก ก็เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
ส่วนแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ จริง ๆ แล้วโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า ก็มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้วระดับหนึ่งและค่อนข้างดีอยู่แล้ว ทุกๆ โรงพยาบาลในเวลากลางคืน ในห้องฉุกเฉินจะมีคนเมาบ้าง เสพยาบ้าง วัยรุ่นบ้าง มาเข้ารักษาเป็นระยะอยู่แล้ว แต่ของเรามีมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง คือนอกจากจะมี รปภ.อยู่ 2 คนแล้ว ก็ยังมีเวรเปล ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5-6 คน เป็นผู้ชายที่แข็งแรง มาช่วยรักษาความปลอดภัย ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา แต่ในวันที่เกิดเหตุถ้าผู้ก่อเหตุมาเป็นกลุ่มก้อนขนาดนั้น ยังไงทางโรงพยาบาลเองมีขีดความสามารถไม่ถึง ก็ต้องขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว และได้มีการพูดคุยกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ว่า เราอาจจะต้องมีการซ้อมแผนการเข้าระงับเหตุความวุ่นวายในโรงพยาบาล แล้วจะต้องทำอย่างไร ต้องมีสายด่วนระหว่างโรงพยาบาลกับตำรวจ หรือทางโรงพยาบาลจะป้องกันอย่างไรก็เป็นความร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งคิดว่าในสัปดาห์หน้าก็คงจะได้ดำเนินการ
"เหยื่อ" - Google News
July 22, 2020 at 03:04PM
https://ift.tt/2WJe4Ck
เผยแพทย์หญิง เหยื่อโจ๋เถื่อน ยังไม่ได้ลาออก - ช่อง 7
"เหยื่อ" - Google News
https://ift.tt/302hlPE
No comments:
Post a Comment